วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วัฒนธรรมกับการจัดการระหว่างประเทศ (1)

วัฒนธรรม คือ วิถีทางการดำเนินชีวิต ประเพณี ค่านิยม ความเชื่อ ทัศนคติ ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งสืบทอดมา จากรุ่นสู่รุ่น
วัฒนธรรม มีเกาะกลุ่มกันระดับหนึ่ง แต่สามารถเปลี่ยนแปลง ได้เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
วัฒนธรรมแต่ละสังคมแตกต่างกัน อิทธิพลที่ทำให้วัฒนธรรมเปลี่ยนแปลง ได้แก่
1.คน
2.เศรษฐกิจ
3.สังคม
4.การเมือง
5.เทคโนโลยี

แนวทางที่ทำให้รู้จักวัฒนธรรม คือต้องเปิดใจให้กว้างและยอมรับความแตกต่าง
แม้ วัฒนธรรมของสังคมหนึ่งๆจะมีลักษณะเฉพาะ แต่คนในสังคมนั้นๆ ก็มิได้เหมือนกันหมดเพราะแต่ละคนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง

ประเภทของวัฒนธรรม แบ่งตามหลักสากล คือ ใช้ประเทศเป็นตัวแบ่ง เพราะทำให้เห็นภาพได้ชัด เช่น วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมจีน ย่อมทำให้เราเห็นภาพชัด ตามลักษณะวัฒนธรรมของประเทศไทยหรือจีน เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

วัฒนธรรมไทย มีข้อดี เช่น เป็นมิตร ยิ้มเก่ง สุภาพอ่อนน้อม มีน้ำใจ
ส่วนข้อเสีย คือ เป็นคนง่ายๆ ทำให้ขาดระเบียบ

แพททริกส์ เพื่อนของอาจารย์ชาวเยอรมัน บอกว่า กลัวการข้ามถนนในเมืองไทยมาก

อายุที่คนเราเริ่มมีวัฒนธรรมอย่างเห็นได้ชัดคือ ตั้งแต่ 10 ขวบขึ้นไป

ลักษณะการเกิดวัฒนธรรมมี 2 แบบ
1. Choice คือ สิ่งที่เราเลือก ว่าจะรับค่านิยมอะไร หรือื จะเชื่อสิ่งใด
2.Imposition คือ สิ่งที่คนอื่นใส่มาให้เรา เช่น คำสอนของพ่อแม่ ที่เราปฎิบัติตาม

คำที่ควรรู้
Culture Imperialism คือ วัฒนธรรมล่าอาณานิคม
Culture War คือ สงครามทางวัฒนธรรม
Creolization คือ การกลืนกินชาตอื่นด้วยวัฒนธรรม
ประเทศเกาหลีใต้ในปัจจุบันเป็นตัวอย่างในการกลืนกินชาติอื่นด้วยวัฒนธรรม อันได้แก่วัฒนธรรม สมัยใหม่ผ่าน สื่อ ต่างๆ เช่น ภาพยนต์ เพลง และอื่นๆ

มีคำพูดของคนสหรัฐอเมริกาคนหนึ่งกล่าวว่า วิธีชนะสงครามทางเศรษฐกิจ ต้องชนะสงครามทางวัฒนธรรม ทำให้สหรัฐอเมริกา ผลิตภาพยนต์ส่งขายทั่วโลก และประสบความสำเร็จในการเผยแพร่วัฒนธรรมอเมริกาไปทั่วโลก

องค์ประกอบทางวัฒนธรรม
1.ภาษา (Language)แบ่งเป็นภาษาที่ใช้ถ้อยคำ ภาษาท่าทาง และภาษาที่ใช้สัญลักษณ์ ภาษาแบบใช้ถ้อยคำที่มีคนใช้มากที่สุดคือ จีนกลาง รองลงมาคือ ฮินดี เสปน และอังกฤษ การใช้ภาษาต้องคำนึงถึงระยะห่างของการสื่อสารด้วย เพราะแต่ละวัฒนธรรม มีไม่เหมือนกัน
2.ศาสนา (Religion) เช่น ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม พระพุทธศานา ขงจื้อ ชินโต เป็นต้น
3.วัฒนธรรมทางวัตถุ (Material Culture)ได้แก่วัตถุสิ่ของต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น รวมถึงความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการต่างๆ
4.การศึกษา (Education)ถือเป็นรากฐานของสังคมที่มีผลต่อพฤติกรรมบุคคลในสังคม เพื่อเป็นปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งผลหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจ หรือ ทัศนคติของคนในสังคมนั้นๆ
5.องค์กรทางสังคม(Sociatal Organization)
6.ความรักสวยรักงามและรสนิยม (Aestetice)
7.ทัศนคติและความเชื่อ (Attitude and Beliefs)

กิจกรรม
อาจารย์ให้คิด ว่าประเทศไทยจะ Creolization ชาติอื่น ด้วยอะไรและอย่างไรได้บ้าง
กลุ่มผม
1.มวยไทย ผ่านภาพยนตร์ เช่น องค์บาก ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก และ การเปิดสำนักฝึกมวยในต่างประเทศ
2.อาหารไทย เช่น ต้มยำกุ้งที่เป็นที่รู้จัก ควรเปิดร้านอาหารไทย ที่เป็นเอกลักษณ์ให้เหมาะสมกับประเทศต่างๆ ดูตัวอย่างร้านอาหาร Fast Food (Macdonal) ถ้าเรามีร้านของไทยแบบนี้ไปทั่วโลก วัฒนธรรมด้านอาหารของเราจะสามารถกลืนกินวัฒนธรรมชาติอื่นได้
3.พระพุทะศาสนา ในแง่ศาสนา เรามีพระพุทะศาสนาเป็นที่ผึ่งอันประเสริฐ อันช่วยให้สังคมมีที่ยึดเหนี่ยวให้เกิดความอบอุ่นในจิตใจ ดังนั้นควรเผยแผ่ธรรมะ ของพระพุทะเจ้าไปทั่วโลก โดยการเผยแผ่ทางสือต่างๆ รวมถึงการเปิดสำนักปฎิบัติธรรมในประเทศอื่นๆ

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สภาพแวดล้อมภายนอก

สัปดาห์นี้ เรียนเรื่อง สภาพแวดล้อมในการบริหารธุรกิจ
ได้แก่สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกของธุรกิจ
สภาพแวดล้อมภายนอก (External Environment) ได้แก่ 4 ปัจจัยใหญ่ๆ
1.Politics & Laws การเมืองและ กฎหมาย
2.Economics
3.Social & Culture
4.Technology
เราต้องวิเคราะห์ปัจจัยทั้ง 4 ข้อนี้ก่อนจะตัดสินใจไปลงทุนต่างประเทศ
เรียกว่า การวิเคราะห์ PEST หรือ STEP Analysis

Domestic Environment คือ สภาพแวดล้อมภายในประเทศ
Foreign Environment คือ สิ่งแวดล้อมภายนอกประเทศ

Politics & Law อธิบายได้หลายแง่
การเมืองหรือการปกครองในประเทศต่างๆ มีหลายระบอบ แบ่งเป็น 2 ระบอบใหญ่ๆ คือ

1.ระบอบประชาธิปไตย Democracy
2.ระบอบเผด็จการ
2.1 ระบอบคอมมิวนิสต์ เช่น สหภาโซเวียดในอดีต ประเทศจีน
2.2 ระบอบเผด็จการทางศาสนา เช่น ประเทศในแถบตะวันออกกลาง
2.3 เผด็จการทางเผ่าพันธุ์ เช่น ประเทศยูกันดา ประเทศแทนซาเนีย และประเทศโมแซมบิก
2.4 เผด็จการขวาจัด (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) ในอดีต เคย มี เยอรมันนีสมัยอิตเลอร์

ความเสี่ยงจากการเมือง
-ความเสียงจากการโอนทรัพยากร
-ความเสี่ยงจากการดำเนินการ
-ความเสียงจากอัตราส่วนความเป็นเจ้าของ
-ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์ทางการเมืองชั่วคราว

กฏหมาย แบ่งได้ 3 แบบใหญ่ๆ
1.Common Low คือ กฏหมายจารีตประเพณี ประเทศที่ใช้กฏหมายประเภทนี้ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ
2.Civil Low คือ กฏหมายที่เป็นลายลักอักษร ประเทศที่ใช้กฏหมายประเภทนี้ เช่น ประเทศ ฝรั่งเศส เยอรมันนี ไทย เป็นต้น
3.Theocratic Low คือ กฏหมายที่ใช้หลักศาสนาในการบัณญัติเป็นกฏหมาย ประเทศที่ใช้กฏหมายประเทศนี้ เช่น ประเทศในแถบตะวันออกกลาง คือใช้หลักของศาสนาอิสลาม เช่นประเทศซาอุดิอาระเบีย ประเทศสหรัฐอาหรับอิมมิเรท

เศรษฐกิจ
ทรัพสินทางปัญญา แบ่งได้ 3 ประเภท
1. เครื่องหมายการค้า (Trademark)
2.ลิขสิทธิ์ (Copy Right)
3.สิทธิบัตร(Patent)
การละเมิด เช่น ปลอมแปลง การปรับเครื่องหมายการค้า และการลักลอบผลิต

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ปฐมนิเทศ

สัปดาห์ที่แล้วไม่มีเรียนวิชา IB321 เนื่องจากมีกิจกรรมปฐมนิเทศของภาค
กิจกรรมนี้ก็ทำให้ได้พบปะรุ่นพี่ปีสี่ รู้สึกดีใจ และคงได้รู้จักรุ่นพี่มากขึ้น
สำหรับกิจกรรมในวันนั้นก็ได้รู้จักคณาจารย์ของภาค IBM และกิจกรรม
ให้พี่หรัส ซึ่งผมยังไม่ได้พบพี่รหัสเลย ก็หวังว่ากิจกรรมรับน้องในวันอาทิตย์นี้จะได้มีโอกาสรู้จักพี่รหัส

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สัปดาห์ที่ 2
วันที่ 12 มิถุนายน 2552 วันนี้เป็นคาบแรกที่ผมได้เริ่มเรียนวิชา IB321 ได้พบอาจารย์เป็นครั้งแรก รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง อาจารย์ที่สอนมีอุปนิสัยร่าเริง ชอบพูดจาตลกขบขัน สร้างบรรยากาศที่ดี เป็นกันเองกับนักศึกษา แม้ว่ามุขตลกของท่านจะไม่ค่อยขำเท่าไรนัก แต่ก็ดีกว่า ดุ จะทำให้เด็กเครียดได้ และหากเด็กเครียดมากๆก็ส่งผลร้ายต่อจิตใจ อาจเป็นเด็กมีปัญหาได้
ในคาบนี้อาจารย์สอนเกี่ยวกับ คำว่า “Globalization” หรือ แปลเป็นไทยว่า “โลกาภิวัตน์” ซึ่งหมายถึงโลกยุคใหม่ที่ไร้พรมแดน หรือโลกที่เป็นหนึ่งเดียว เนื่องจากว่าเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า ในด้าน การสื่อสาร และการคมนาคมเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดความสะดวกในการเคลื่อนย้ายปัจจัยต่างๆ ข้ามประเทศ หรือข้ามทวีป เช่น ปัจจัยการผลิต ทรัพยากรต่างๆ ทุน แรงงาน ฯลฯ เพื่อย้าฐานการผลิตให้การผลิตมีต้นทุนถูกลง ประเทศที่มีทุนมากเช่นในสหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือ ญี่ปุ่น มักจะมาลงทุนในประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น ประเทศ ไทย จีน เวียดนาม เหล่านี้เป็นต้น และ การเกิดค้าระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ด้วยความเจริญด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าได้ทั่วโลก ไม่เพียงแต่ด้านธุรกิจเท่านั้น แต่กระแสโลกาภิวัตน์ยังส่งผลต่อการเมือง สังคม และวัฒนธรรมอีกด้วย เช่น การเมืองของสหรัฐอเมริกา ชาวโลกต่างให้ความสนใจมาก เช่นในการเลือกตั้งประธานาธิบดี หลายคนก็จะสนใจมาก ก็เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจ ในทุกๆด้านทำให้มีอิทธิพลต่อโลกมาก ทำให้ทั่วโลกจับตามอง ว่าใครจะมาเป็นผู้บริหารสูงสุด และจะมีนโยบายอย่างไรบ้าง จะส่งผลกระทบต่อตัวเราอย่างไรเป็นต้น ส่วนข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทุกๆประเทศบนโลกสามารถรับรู้ได้อย่างรวดเร็วมาก หรือทันที่เลยก็ว่าได้ ทำให้เราเสมือนเชื่อมเข้าหากัน มีการสัมพันธ์กันในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เสมือนโลกได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
ต่อมาเป็นเรื่อง Project (IB Edutainment) ซึ่งนักศึกษาต้องทำ โดยแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 10 คน หลังจากนั้นให้แต่ละกลุ่มเลือกประเทศ และบริษัทที่มีการทำธุรกิจในต่างประเทศเช่นบริษัทของญี่ปุ่นที่มาลงทุนในประเทศไทย หรือ บริษัทของไทยที่ไปทำการค้าที่ญี่ปุ่น เป็นต้น โดยให้ทำเป็นรายงานและนำเสนอ Project นี้ในงาน IB Edutainment 2009 ต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Week 1

คาบแรกไม่ได้เข้าเรียน แต่คาบต่อไปคงจะเข้าแน่ๆ ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะได้เรียนวิชานี้